×
@kubet1
เมื่ออยากเล่นคาสิโน ให้นึกถึง kubet1 เว็บพนันออนไลน์ ที่มีเกมส์คาสิโนจากทุกค่าย รวมเอามาไว้ให้เล่นในเว็บเดียว SA GAMING , SEXY GAMING , PG , PRETTY GAMING และค่ายอื่นๆอีกมากมาย อยากเล่นคาสิโนออนไลน์ เซ็กซี่บาคาร่า สล็อต ไฮโล เสือมังกร เกมส์ยิงปลา หรือเกมส์พนันอื่นๆ เรามีทีมงานคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

รู้จักกับเสือมังกร เกมไพ่ที่เล่นง่ายกว่าบาคาร่า

                เสือมังกร ชื่อนี้สำหรับใครที่เป็นมือใหม่อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกันนัก บางคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่านี่คือไพ่บาคาร่า หรืออาจคิดว่านี่เป็นบาคาร่าอีกรูปแบบหนึ่ง แท้จริงแล้วนี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่มีความคล้ายคลึงกับบาคาร่าเท่านั้น แต่ว่ามันมีความง่ายกว่ามาก กติกาก็ไม่ซับซ้อน ค่อนข้างเหมาะกับคนที่ไม่ค่อยชอบเล่นบาคาร่า ว่าแต่เสือมังกรคืออะไร เล่นยังไง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าครับkubet1, kubet1 เว็บตรง, kubet1 คาสิโนออนไลน์, kubet1 บาคาร่า, kubet1 สล็อต, kubet1 แทงบอล, kubet1 หวย, kubet1 สมัคร, kubet1 ทางเข้า, kubet1 มือถือ, kubet1 ฝากถอนออโต้, kubet1 ไม่มีขั้นต่ำ, kubet1 เครดิตฟรี, kubet1 โปรโมชั่น, kubet1 เว็บใหญ่, kubet1 ไม่ผ่านเอเย่นต์, kubet1 เล่นได้จริง, kubet1 แตกง่าย, kubet1 คาสิโนสด, kubet1 ระบบเสถียร

เสือมังกรคืออะไร

เสือมังกร หรือ Tiger & Dragon เป็นเกมไพ่อีกรูปแบบหนึ่งที่มีความคล้ายคลึงกับบาคาร่า ทว่าความพิเศษของเกมนี้คือจบเกมไวด้วยไพ่ใบเดียว เนื่องจากจุดกำเนิดของไพ่ชนิดนี้เริ่มต้นที่ค่ายทหารในช่วงยุคสงครามเวียดนาม แน่นอนว่าท่ามกลางสงครามแบบนั้นการจะหาไพ่หลายสำรับ หรือเกมที่มีกติกาซับซ้อนมาเล่นก็คงจะไม่ทันกิน ดังนั้นการเล่นเสือมังกรจึงค่อนข้างที่จะตอบโจทย์

สิ่งที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเสือมังกรกับบาคาร่าคือเกมเดียวกันก็คือ ฝั่งเดิมพันที่มีให้เล่นกัน 2 ฝั่ง 3 รูปแบบ ได้แก่ การแทงฝั่งเสือ, แทงฝั่งมังกร และแทงเสมอ แต่ความแตกต่างของเกมนี้คือจะแจกไพ่แค่ฝั่งละ 1 ใบเท่านั้น ฝั่งไหนได้แต้มมากกว่าก็ชนะทันที หากเท่ากันก็ถือว่าเสมอ ไม่มีการจั่วไพ่เพิ่มแต่อย่างใด นั่นทำให้เสือมังกรสามารถจบเกมแต่ละตาได้ในเวลาประมาณ 25 วินาทีเท่านั้น

เสือมังกรนับแต้มอย่างไร

สิ่งหนึ่งที่ต้องเข้าใจก่อนเล่นเสือมังกรเลยก็คือวิธีการนับแต้มที่มีความแตกต่างจากบาคาร่า โดยไพ่ทุกใบของจะมีแต้มที่แตกต่างกันไป ส่วนดอกไพ่ไม่ส่งผลต่อการแพ้ชนะ สำหรับแต้มไพ่แต่ละใบจะมีค่าดังนี้

  • ไพ่ A มีค่าเท่ากับ 1 แต้ม
  • ไพ่ 2 – 10 มีค่าเท่ากับหมายเลขที่แสดงบนหน้าไพ่
  • ไพ่ J มีค่าเท่ากับ 11 แต้ม
  • ไพ่ Q มีค่าเท่ากับ 12 แต้ม
  • ไพ่ K มีค่าเท่ากับ 13 แต้ม

กติกาและการวางเดิมพัน

สำหรับกติกาการเล่นและรูปแบบการวางเดิมพันของเสือมังกรจะมีอยู่ทั้งหมด 7 รูปแบบ คือ

  1. มังกร

เป็นการวางเดิมพันเพื่อทายว่าฝั่งมังกรจะเป็นฝ่ายได้แต้มมากกว่า สมมติว่า เราแทงมังกรแล้วได้ 10 แต้ม เสือออก 8 แต้ม ก็ถือว่าเราชนะเดิมพันทันที

  1. เสือ

รูปแบบการวางเดิมพันจะเหมือนกับการแทงมังกร เพียงแค่เปลี่ยนมาเป็นแทงเสือเท่านั้น เมื่อใดก็ตามที่เราแทงเสือแล้วเสือได้แต้มมากกว่า ก็จะถือว่าชนะเดิมพันในตานั้น

  1. เสมอ

เป็นการทายว่าทั้งฝั่งมังกรและฝั่งเสือจะได้แต้มออกมาเท่ากัน หากเราแทงฝั่งเสมอแล้วผลออกมาคือเสือกับมังกรได้แต้มเดียวกัน ก็จะชนะเดิมพัน คว้าเงินรางวัลไปทันที

  1. มังกรคี่

การวางเดิมพันรูปแบบนี้เราจะชนะก็ต่อเมื่อฝั่งมังกรได้ไพ่ที่มีแต้มคี่เท่านั้น โดยไม่สนใจว่าตานั้นจะแพ้หรือชนะ สมมติว่าแทงมังกรคี่ ฝั่งมังกรได้ 3 แต้ม ฝั่งเสือ 6 แต้ม แม้ว่าฝั่งมังกรจะแพ้แต่ก็ถือว่าเราชนะเดิมพันเพราะฝั่งมังกรออกแต้มคี่นั่นเอง

  1. มังกรคี่

รูปแบบการวางเดิมพันในตำแหน่งนี้จะมีเงื่อนไขคล้ายกับมังกรคี่ แตกต่างกันตรงที่เราจะชนะเดิมพันได้ก็ต่อเมื่อฝั่งมังกรออกแต้มคู่เท่านั้น ไม่จำเป็นว่าต้องออกเลขใดเลขหนึ่ง เช่น แทงมังกรคู่ หากฝั่งมังกรได้แต้ม 2, 4, 6, 8, 10 หรือ Q ก็ถือว่าชนะทันที

  1. เสือคี่

เป็นการทายว่าตานั้นฝั่งเสือจะได้ไพ่ที่มีแต้มคี่ เช่น 1, 3, 5, 9, J หรือ K โดยฝั่งเสือเองไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายชนะในตานั้นก็ได้ ขอแค่ออกแต้มคี่ตามที่เราแทงไว้ก็ถือว่าชนะเดิมพันเช่นกัน

  1. เสือคู่

เป็นการแทงว่าตาดังกล่าวฝั่งเสือจะออกแต้มคู่คล้ายกับการแทงมังกรคู่ ในกรณีนี้หากฝั่งเสือออกแต้มคู่จริง เราก็จะเป็นฝ่ายชนะเดิมพัน

กติกาพิเศษ

เนื่องจากเสือมังกรใช้แต้มไพ่ทั้งหมด 13 แต้ม ทำให้การแบ่งฝั่งคู่และคี่เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ จึงมีกติกาขึ้นมาคือเมื่อใดก็ตามที่ไพ่ออก 7 ผู้เล่นจะถูกปรับแพ้เดิมพันทันที

อัตราจ่ายเสือมังกร

ได้รู้จักกับรูปแบบการวางเดิมพันกันไปแล้ว ทีนี้เรามาดูอัตราจ่ายในแต่ละตำแหน่งกันบ้างว่าเขาจ่ายกันอย่างไร จะได้เอาไปประเมินความเสี่ยงและวางแผนการเดิมพันกันดู

  1. มังกร

อัตราจ่ายในกรณีที่ชนะเดิมพันจะอยู่ที่ 1 : 1 แทง 100 บาท ได้กำไรอีก 100 บาท แต่ถ้าผลออกมาเป็นเสมอจะเสียครึ่งหนึ่ง แทง 100 บาท เสีย 50 บาท

  1. เสือ

อัตราจ่ายในตำแหน่งนี้จะอยู่ที่ 1 : 1 เช่นกัน คือแทง 100 บาท ถ้าชนะจะได้เงินกลับมา 200 บาท รวมทุน หากผลออกมาเป็นเสมอจะได้รับเงินเดิมพันคืนกลับมาครึ่งหนึ่งเช่นกัน

  1. เสมอ

อัตราจ่ายในฝั่งเสมอนั่นจะมากถึง 1 : 8 แทงแค่ 100 บาท ถ้าชนะจะได้กำไรกลับมา 800 บาท รวมเป็น 900 บาท แต่ถ้าผลออกมาเป็นฝั่งเสือหรือมังกรชนะ ก็จะเสียเดิมพันเต็มจำนวน

  1. มังกรคี่

อัตราจ่ายฝั่งนี้จะอยู่ที่ 1 : 0.75 เท่านั้น เนื่องจากมีโอกาสออกรางวัลสูง หากแทงที่ 100 แล้วทายถูกก็จะได้กำไร 75 บาท นั่นเอง

  1. มังกรคี่

อัตราจ่ายตำแหน่งนี้คือ 1 : 1.05 หากแทงด้วยเงิน 100 บาท จะได้รับกำไร 105 บาท

  1. เสือคี่

สำหรับตำแหน่งนี้อัตราจ่ายจะเท่ากับมังกรคี่ คือ 1 : 0.75 แทงไป 100 บาท ถ้าชนะก็จะได้เงินกลับมา 175 บาท รวมทุน

  1. เสือคู่

อัตราจ่ายจะอยู่ที่ 1 : 1.05 เท่ากับมังกรคู่ ดังนั้นหากแทงด้วยเงิน 100 บาท ก็จะได้เงิน 205 บาท รวมทุนเช่นกัน

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับการเล่นเสือมังกรที่เราเอามาแบ่งปันกันในบทความนี้ จะเห็นได้ว่ากติกาไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอะไรเลย ตำแหน่งวางเดิมพันก็น้อยกว่า อีกอย่างไม่ต้องมาเสียเวลาลุ้นจั่วไพ่ใบที่สามเหมือนบาคาร่าอีกด้วย และที่น่าสนใจก็คือเกมนี้เราสามารถนำทริครวมถึงสูตรเดินเงินต่าง ๆ ของบาคาร่ามาใช้ได้อีกด้วย เพียงเท่านี้เราก็สามารถสนุกและทำกำไรได้ง่าย ๆ ไปกันยาว ๆ